มูรินโญ่ ยิ้ม มีแววได้ อัลเดอร์ไวเรลด์-เปริซิซ เปิดกว้างพร้อมย้ายทีม

โจเซ่ มูรินโญ่ มีแววใกล้ได้นักเตะใหม่มาเสริมแกร่งเสียที หลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เจรจากับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คืบหน้ากับดีล โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่ค่าตัว 60
ล้านปอนด์ ภายใน 48 ชั่วโมง จากรายงานของเดอะ มิร์เรอร์
ทั้งนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือโปรตุกีส อยากได้ตัว อัลเดอร์ไวเรลด์
มาเสริมทัพตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว
แต่ติดตรงที่ทีมปิศาจแดงไม่ต้องการจ่ายตัวนักเตะตามที่สเปอร์สต้องการที่ 75
ล้านปอนด์
อย่างไรก็ตาม มิร์เรอร์ ฟุตบอล ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่าง 2
สโมสรมีความคืบหน้าไปมากแล้วและคาดว่าแมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ดจะสามารถคว้าปราการหลังทีมชาติเบลเยียมมาร่วมทีมได้ภายใน 48 ชั่วโมง
ทาง ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร ท็อตแน่ม สเปอร์ส รู้ดีว่า อัลเดอร์ไวเรลด์
เตรียมปล่อยให้สัญญาของตัวเองหมดลงเพื่อให้ได้ย้ายทีมในราคาที่ถูกลง
ดังนั้นการที่เขาจึงเลือกยอมตกลงตอบรับเจรจากับทางทีมปิศาจแดงในตอนนี้ถือเป็นทาง
เลือกที่จะทำให้เขาได้ค่าตัวนักเตะดีที่สุด
อิวาน เปริซิช ปีกทีมชาติโครเอเชีย ถือเป็นอีกแข้งเป้าหมายที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ต้องการคว้าตัว ซึ่งตัว เปริซิซ ก็ออกมายอมรับว่าเขายังมีความสุขดีกับ อินเตอร์ มิลาน
แต่ก็มีความฝันอยากเดินทางไปค้าแข้งให้สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกที่ดีที่สุดสักวันหนึ่ง
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือทีมปิศาจแดง ให้ความสนใจ เปริซิซ มานาน
ยิ่งหลังจากเจ้าตัวไประเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา
ยิ่งทำให้กระแสความสนใจจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์นี้กลับมาอีกครั้ง
โดยแข้งโครแอตวัย 29 ปี
ได้เผยว่าเขาพร้อมจะย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่ถ้าหากมีข้อเสนอที่น่าพอใจสำหรับทุกฝ่า

"ปีที่แล้วผมเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับอินเตอร์ มิลาน 5 ปี
ผมมีความสุขอย่างมากกับสถานการณ์ของผมกับสโมสรในเวลานี้”
“มันก็จริงที่ว่า อินเตอร์ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็นมาตั้งแต่ปี 2010
เพราะในทีมยังมีปัญหาบางอย่าง การตัดสินใจยังไม่ดีพอ อย่างไรก็ตาม
ผมยังรู้สึกว่าเรามากันถูกทางแล้ว"

"ผมได้ยินมาว่ามีหลายสโมสรที่สนใจในตัวผม
แต่พวกเขาต้องพูดคุยกับต้นสังกัดของผมเป็นอันดับแรก
ก่อนที่ผมจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเจรจาและตัดสินใจ"
"ถ้าผมจะต้องย้ายทีม ก็ต้องเป็นการย้ายไปเล่นในลีกและสโมสรระดับท็อปเท่านั้น"
"ด้วยความสัตย์จริง ผมอยากไปทดสอบความสามารถตัวเองกับทุกลีกที่ดีที่สุด
แต่คำถามก็คือ เมื่อไหร่เวลานั้นจะมาถึง”
“ตอนนี้ผมอายุ 29 ปี
ผมจะพยายามซ้อมให้หนักเพื่อรักษาสภาพร่างกายของตัวเองให้ค้าแข้งไปให้ได้นานที่
สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"ผมอยากไปเล่นในอังกฤษและสเปน แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะเหลือเวลาพอหรือไม่…

Read more 

เกิดอะไรขึ้นกับ เชียงราย ยูไนเต็ด ในวันที่ปล่อยแข้งดังพ้นทีม

 

ฤดูกาล 2018 กลายเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยแท้จริง เพราะจนถึงเวลานี้มีเหล่าทีมยักษ์ล้มดังตึงไปแล้วหลายสโมสรโดยหนึ่งในนั้นคือสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด

ย้อนกลับไปในวันก่อนเปิดฤดูกาล เชียงราย มีเหล่าแข้งดังตบเท้าเข้ามาร่วมทีมมากมาย วิคเตอร์ คาร์โดโซ, ลี ยอง-แร, กิลแบร์โต้ มาเชนา, เคลตัน ซิลวา และ เนบิญา บายรัม คือรายชื่อแข้งบางส่วนที่เข้ามาผนึกกำลังสู้ศึกโตโยต้า ไทยลีกฤดูกาล 2018 ส่งผลให้เชียงราย ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ลีกเต็มตัว ซึ่งด้วยขนาดทีมที่ใหญ่ขึ้น แน่นอนว่าส่งผลให้เป้าหมายที่คาดหวังย่อมสูงตามไปด้วย

ฤดูกาลเริ่มต้นขึ้นต้องบอกโดยรวมพวกเขาทำได้ดีสมราคาหลังเดินหน้าเก็บสามคะแนนได้เรื่อยมาแม้จะมีสะดุดบ้าง แต่ก็ยังไม่หลุดโฟกัสมากนัก อย่างไรก็ตามแม้พวกเขาจะเอาตัวรอดด้วยการรักษาอัันดับไว้ที่กลางๆตารางคะแนน ทว่าเมื่อหากเจาะลึกผลงานในแต่ละเกมกว่าจะเอาชนะได้ก็แทบแย่เหมือนกัน และหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือนักเตะบางรายที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวัง โดยเฉพาะ เคลตัน ซิลวา อดีตดาวซัลโวไทยลีกที่ไม่ยิงเปรี้ยงปร้างเมื่อก่อนทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาระเบิดฟอร์มสุดยอดสมัยยังเล่นอยูกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่กับ เชียงราย กองหน้าชาวบราซิลไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้นเลกสองที่ผ่านมาทีมเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อพวกเขาตัดสินใจปล่อย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ซุปเปอร์สตาร์ประจำทีมไปให้กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ทั้งที่ก่อนหน้านี้สโมสรเพิ่งออกมาคอนเฟิร์มว่าพวกเขาเตรียมใช้งานมิดฟิิดล์รายนี้อีกกครั้งในเลกสอง แต่สุดท้ายกลายเป็นปล่อยไปอยู่กับทีมอื่นแทน

นอกจากนี้ยังปล่อยนักเตะฝีเท้าดีพ้นทีมอีกหลายรายตามมาหลังจากนั้น แม้จะมีแข้งใหม่รวมถึงนักเตะโควต้าต่างชาติเสริมเข้ามาใหม่ แต่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าดีจริงหรือไม่ และ เชียงราย ยูไนเต็ด ในวันที่เปลี่ยนไปจะเป็นอย่างไรต่อไป…

Read more 

โรนัลโด้ เครื่องจักรสังหารแห่งยุโรป

ปัจจุบัน ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย กำลังแข่งขันด้วยบรรยากาศที่เริ่มเข้มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากผลการแข่งขันที่เราทราบกันไปแล้ว ที่มีทั้งการเป็นไปตามความคาดหมาย และ พลิคล็อคถล่มทลาย ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในสปอร์ตไลฟ์ ที่ทุกคนจับจ้องมากที่สุด คงหนีไม่พ้นชายที่ชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส เจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัย จาก เรอัล มาดริด

 

ปัจจุบันหลังผ่านการแข่งขัน 2 นัดแรก นอกจาก ดาวเตะวัย 33 ปี จะช่วยให้ โปรตุเกส เก็บ 4 คะแนน จากการเสมออดีตแชมป์โลกเมื่อปี 2010 อย่าง สเปน และ ชนะ โมร็อคโก แล้ว จากผลงานการยิง 4 ประตู จาก 2 นัดดังกล่าวนั้น ยังทำให้ อดีตแข้งดังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างสถิติใหม่ให้ตัวเองด้วย

 

เมื่อ คริสเตียโน โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นคนใหม่ ที่ยิงประตูในเกมระดับทีมชาติ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในบรรดานักเตะแห่งทวีปยุโรป ด้วยผลงาน 85 ประตู แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง เฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานหัวหอกทีมชาติฮังการี ที่เคยทำไว้ 84 ประตู  sbobet mobile

 

อย่างไรก็ตาม อันดับดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในเกมทีมชาติทั่วโลกนั้น ยังเป็นของ อาลี ดาอี อดีตกองหน้าระดับเทพแห่งทีมชาติอิหร่าน ที่ทำไว้ 109 ประตู – น่าสนใจอย่างยิ่งว่า โรนัลโด้ ในวัยย่าง 34 ปี จะมีโอกาสทำลายได้หรือไม่ ต้องติดตาม

 …

Read more 

คอนเต้นำลูกทีมเดินเล่นก่อนเตะเวสต์บรอมวิช

อันโตนิโอ คอนเต้กุนซือชาวอิตาเลียน ของเชลซีดูเหมือนว่าจะทำตัวสบายๆ ไม่ค่อยกดดันลูกทีมเท่าไหร่แล้วหลังจากที่สเปอร์สพลาดท่าแพ้เวสต์แฮม ยูไนเต็ดที่สนามลอนดอน สเตเดี้ยม และเชลซีต้องการเพียงสามคะแนนจากสามนัดเท่านั้นก็จะคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ทันที

คอนเต้ไม่ได้เป็นกังวลกับเกมการแข่งขันก่อนหน้านี้เลย และไม่ได้สนใจสภาพอากาศที่เหมือนว่าฝนจะตกด้วย ยังคงพาลูกทีมเดินเล่น ด้วยอาการที่ผ่อนคลาย พร้อมด้วยสองนักเตะคู่ใจอย่างเอ็นโกโล่ ก็องเต่และแกรี่ เคฮิลล์ สองนักเตะแนวรับของทีม

นักเตะทั้งทีมต่างออกมาเดินกันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นติโบต์ คูร์กตัวส์และเอแด็ง อาซาร์ ที่เดินออกมาพร้อมเสื้อกันฝนที่มีฮูด ส่วนดิเอโก้ คอสต้ากองหน้าพันธ์ดุชาวสเปนก็ยิ้มแย้มเมื่อถูกนักข่าวถ่ายภาพมาที่เขา

การออกมาเดินเล่นก็เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้นักเตะไม่ให้นักเตะเครียดมากนัก ก่อนเกมใหญ่แต่มีความสำคัญอีกเกมหนึ่งของทีมที่เดอะ ฮอว์ธอร์น สเตเดี้ยมซึ่งพลพรรคเชลซีจำเป็นต้องเอาชนะลูกทีมของโทนี่ พูลิสเพื่อคว้าสามคะแนนและได้แชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้โดยเร็ว

การมาเยือนสนามของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนเป็นเกมที่ไม่ง่ายเลยของหลายๆทีม ซึ่งเชลซีเคยลงเล่นที่สนามแห่งนี้มาแล้ว 6 นัดเก็บได้เพียงสองแต้มเท่านั้น ส่วนเวสต์บอรมวิช 6  นัดหลังสุดเก็บได้เพียงแค่ 2 แต้ม พอพวกเขาเก็บแต้มได้ถึง 40 แต้ม เดอะ แบ๊กกี้ส์ก็มีฟอร์มที่แผ่วลงไปอย่างชัดเจน

เมื่อเทียบกับเชลซีพวกเขาเป็นทีมที่มีเป้าหมายในการคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกชัดเจน ดงนั้นทั้งสองทีมมีแรงจูงใจที่ต่างกันมาก คอนเต้กุนซือชาวอิตาเลียนต้องการที่จะให้ลูกทีมเก็บชัยให้ได้และคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกให้ได้โดยเร็วที่สุด

หากว่าเก็บสามแต้มได้เร็ว อันโตนิโอ คอนเต้ยังได้พักนักเตะคนสำคัญก่อนเกมเอฟเอคัพที่จะพออาร์เซนอลที่สนามเวมบลีย์ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามหากพวกเขาแพ้เกมที่เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ พวกเขาก็จะยังเป็นฝ่ายกำความได้เปรียบไว้ในมือต่อการคว้าแชมป์ โดยหลังเกมนี้จะตามด้วยสองนัดในบ้านตัวเองที่จะพบกับวัตฟอร์ดและซันเดอร์แลนด์

นอกจากนี้แม้พวกเขายังคว้าชัยชนะไม่ได้ก็อาจจะไม่ต้องรอถึงเกมนัดหน้าเพราะว่าสเปอร์สมีโปรแกรมหนักไปเยือนสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนยู เรียกว่าโอกาสที่สเปอร์สจะกลับมาออกมาโดยไม่ได้สามคะแนนเต็มมีสูงมากทีเดียว ซึ่งหลังจบเกมเมื่อวานเชลซีก็ได้สามคะแนนเรียบร้อยแล้ว หลังจากชนะ 1-0…

Read more